Archive for the ‘เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับงานนักสืบ’ Category

เหตุฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มีดังนี้

มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้ (1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความ ผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่าย ที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่น ประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่ง นั้นฟ้องหย่าได้ (4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุก เกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิด หรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามี ภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกิน ควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ (4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของ ศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปี […]

แค่เสียงพูดโทรศัพท์ก็ฟ้องให้รู้ว่ามีกิ๊ก

หากว่าคุณกำลังสงสัยว่าแฟนของคุณอาจจะคิดไม่ซื่อนอกใจเสียแล้ว ให้คอยสังเกตน้ำเสียงเวลาที่เขาพูดโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทและผู้ที่อาจจะเป็นกิ๊ก ทำให้เราอาจจะรู้ได้ว่าเขากำลังนอกใจหรือไม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชาจิตวิทยา วิทยาลัยอัลไบร์ทของสหรัฐฯ ศึกษาพบว่า ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ล้วนต่างจะเปลี่ยนน้ำเสียงไปเมื่อพูดกับคนรักหรือกับเพื่อนสนิทเพศเดียวกัน “ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนเสียงไป แต่คนอื่นก็จะฟังมันออก” วารสารทางวิชาการ “พฤติกรรมที่ไม่ใช้วาจา” ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นักวิจัยได้พบว่า ตามธรรมชาติของคนเรา เมื่อตอนพูดกับคู่รักจะมีเสียงอ่อนเสียงหวาน ฟังเพราะเสนาะหู กว่าเสียงที่พูดกับเพื่อนสนิทเพศเดียวกัน ในการ ทดลองให้อาสาสมัครฟังเสียงพูดโทรศัพท์ของการพูดทั้ง 2 อย่างนั้น อาสาสมัครบางคนจะฟังออกได้ว่าเป็นเสียงพูดกับใคร กับคู่ชู้ชื่นหรือกับเพื่อนสนิท แค่ฟังเพียงนาทีก็สามารถบ่งบอกได้เลยทีเดียวครับ ใครที่สงสัยกันอยุ่ว่าแฟนของตนเองกำลังนอกใจหรือไม่ ลองจับสังเกตการคุยโทรศัพท์กันดุนะครับ  

คุณกำลังถูกสะกดรอยตามอยู่หรือไม่?

บางทีคุณอาจจะกำลังถูสะกดรอยตามอยู่ก็อาจเป็ฯไปได้ถึงแม้คุณจะมีรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่แน่ว่าอาจะปลอดภัยกว่าการใช้บริการขนส่งสาธารณะเสมอไป เหตุการณ์บ่อยครั้งที่มักเกิดขึ้น อาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ขับรถที่ชะล่าใจ มักจะไม่ได้สังเกตสถานการณ์รอบตัว จึงมักมีข่าวว่าบางคนถูกรถขับปาดหน้าแล้วปล้นทรัพย์ หรือจอดรถเพื่อจะเข้าบ้านก็ถูกปล้นกันซึ่งๆหน้าก็มี ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ร้ายมักสะกดรอยตามเหยื่ออยู่ก่อนแล้วแทบทั้งสื้น *หมั่นสังเกตกระจกมองข้างและหลังว่า มีรถคันใดขับติดตามรถเรามาเป็นเวลานานบ้าง ซึ่งโดยปกติรถคันนั้นสามารถแซงขึ้นได้แต่ไม่ยอมแซง * ถ้าสงสัยว่าถูกตาม ให้ชะลอความเร็วรถแล้วสังเกตรถที่ขับตามว่า ชะลอความเร็วตามหรือขับแซงหน้าไป กรณีถ้ารถที่ขับตามได้แซงหน้าไปแล้ว แต่สักพักแล้วยังมีรถขับตามหลังอีก ให้สงสัยได้เลยว่ากำลังถูกสะกดรอย * ปกติรถมอเตอร์ไซด์จะไม่ขับตามหลังรถยนต์เป็นระยะทางไกล โดยเฉพาะในกทม.ที่การจราจรติดขัด เพราะมอเตอร์ไซด์มักจะซอกแซกได้เสมอ แต่ถ้าเกิดมีมอเตอร์ไซด์ขับตามหลังท่านเป็นระยะทางไกลๆ และเป็นเวลานานก็ต้องสงสัยไว้ก่อนได้เลย *แกล้งขับรถเข้าซอยตันหรือซอยธรรมดาก็ได้ พอขับไปสัก 100-200 เมตร ให้หาที่กลับรถออกทางเดิม แล้วสังเกตรถต้องสงสัยว่ายังขับตามคุณหรือไม่ แถมยังบอกเป็นนัยๆ ให้ผู้สะกดรอยรู้ว่าตอนนี้คุณรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกตาม *แกล้งขับรถเข้าไปจอดในศูนย์การค้า เดินชมสินค้าไปเรื่อยๆ ในขณะเวลาเดินๆอยู่ก็ลองหยุดกับที่แล้วหันหลังกลับทันที สังเกตว่าถ้ามีใครตามหลังมาและหลบวูบเป็นที่ผิดสังเกต แสดงว่าคุณกำลังถูกตามแน่นอน *หากระหว่างทางมีจุดพักใหญ่ๆ ที่คนเดินพลุกพล่าน เช่น สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน ลองขับแวะเข้าไปจอดแล้วดูว่ารถต้องสงสัยขับตามมามั้ย หากเขายังตามมาคุณก็ลงจากรถแล้วขึ้นโรงพัก หรือไปอยู่ในที่ที่คนเยอะๆ ให้อุ่นใจ แล้วสังเกตดูว่าคุณยังถูกสะกดอยู่หรือไม่ สังเกตดูให้ชัวร์ก่อนจะแจ้งตำรวจว่าคุณถูกติดตาม ไม่เช่นนั้นเขาจะหาว่าคุณวิตกจริตเกินเหตุ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังดีกว่าตกเป็นเหยื่อของผู้ร้าย ลองสังเกตกันดูนะครับ

บุคคลที่เป็นนักสะกดรอย(The Tracker)ควรมีลักษณะอย่างไร

การสะกดรอยตามเป็นอีกหนึ่งลักษณะของเนื้อหางานของนักสืบที่จะต้องใช้ในวานสืบอยุ่เสมอๆ ไม่มีใครเกิดมากับสัญชาติญาณของการเป็นนักสะกดรอยโดยทั่วไปนักสะกดรอยไม่ใช่บุคคลชนิดพิเศษเพียงแต่เขาเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รับการฝึกฝนจากความชำนาญ รวมทั้ง การอุทิศตัว, การฝึกและการทำงานหนัก การสะกดรอยตามนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนถ้าพวกเขามีความตั้งใจและสนใจที่จะฝึกฝนเรียนรู้อยุ่เสมอ คุณลักษณะของนักสะกดรอย (Qualities of a Tracker)  นักสะกดรอยที่มีความสามารถต้องมีคุณลักษณะที่ชัดเจน ดังนี้ 1.ความซื่อสัตย์  (Honesty) 2.ความอดทน  (Patience) 3.ความอุตสาหะ  (Perseverance) 4ความอยากรู้อยากเห็น (Inquisitive mind) 5.ช่างสังเกต  (Acute observation) 6.ความตั้งใจ (ทั้งทางจิตใจและร่างกาย๗  (Determination , Mental and Physical) 7.อดทนต่อความยากลำบากได้มากกว่าระดับปกติ (Above average endurance) 8.มาตรฐานของการปฏิบัติในสนามเหนือกว่าระดับทั่วไป (Above average standard of field craft)    

การสืบชู้สาวนั้นนักสืบจะต้องสืบหาอะไรบ้างเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทน

การสืบชู้สาวนั้นนักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลอะไรบ้างเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากชู้ 1.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลด้านการเงิน ของสามี ภริยา หรือของชู้ เพราะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะมีการโอนเงินให้กันทั้งสองฝ่าย หรือมีการเขียนเช็คให้ หรือมีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อาจเป็นการเช่าที่พักอาศัยให้แก่กัน และอาจมีการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าและการใช้สอยต่างเกิดขึ้นได้ 2.นักสืบจะต้องเช็คหาข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของสามี ภริยา หรือของชู้ เพราะตามปกติแล้วคนที่มีชู้หรือเป็นชู้นั้น จะต้องมีการสื้อสารติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือส่งข้อความหาชู้อย่างตลอดเวลาอย่างแน่นอน 3.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โฉนดบ้าน ที่ดิน ทาวน์เฮาส์ คอนโด ชื่อของผู้เช่าว่าใครเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวอบ่างแท้จริงหรือสืบหาที่มาของเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์สินเหล่านั้น 4.นักสืบจะต้องเช็คหาข้อมูลเกี่ยวกับชู้ ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอาชีพอะไร มีสามี หรือภรรยาอยู่แล้วหรือไม่อย่างไร 5.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของสามี หรือภรรยาที่มีชู้หรือเป็นชู้ ด้วยการสะกดรอยตาม พร้อมถ่ายภาพ บันทึกเสียง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามีการพบเจอกันที่ไหนและวันและเวลาอะไร หลักฐานต่างๆที่ได้ดังกล่าวนั้น…จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าสามีหรือภรรยาของคุณ มีชู้หรือเป็นชู้กับใครหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากพอก็สามารถใช้ฟ้องหย่า เรียกค่าเสียหาย ค่าทดแทน จากสามี ภริยา ที่มีชู้หรือเป็นชู้กับผู้อื่นได้

การดักฟังมีลักษณะแบบใดบ้าง

เรื่องการดักฟังโทรศัพท์ หรือ “แทป (Tap)”  เรื่องลักษณะแบบนี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นโทรศัพท์ระบบอนาล็อก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์มือถือ โดยระบบอนาล็อกเป็นระบบที่ดักฟังได้ง่าย เพราะไม่ต้องเข้ารหัส เพียงแค่ดักฟังเสียงเฉย วิธีดักฟังแบบอนาล็อกทำได้โดยการจั๊มพ์สายดักฟังเข้าที่ตู้สาย ซึ่งมีเบอร์ของบ้านหรือสถานที่เป้าหมายอยู่ แล้วสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้เลย และอีกวิธีคือการดักฟังที่ชุมสาย ซึ่งการจะทำแบบหลังนี้ได้ผู้ที่ทำก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เมื่อระบบโทรศัพท์ได้พัฒนาเป็นระบบดิจิทัล ที่เรียกว่าระบบ ISDN ซึ่งระบบนี้จะเชื่อมเข้ากับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ “การดักฟังโทรศัพท์ ก็พัฒนาขึ้นตามระบบที่เปลี่ยนแปลงไป การดักฟังระบบดิจิทัลนั้นก็มี 2 แบบเช่นกันคือ แบบแรกใช้ “เครื่องถอดรหัส” ซึ่งสามารถที่จะ “รับสัญญาณในอากาศได้” ซึ่งรัศมีของเครื่องรับสัญญาณดังกล่าวจะมีรัศมีประมาณ 1 กิโลเมตร และวิธีการดักฟังแบบที่สองคือการดักฟังที่ชุมสายโดยใช้ขั้วต่อสัญญาณที่สามารถถอดรหัสระบบดิจิทัลได้ โดยวิธีการทั้งสองแบบนี้ผู้กระทำก็ต้องเป็นช่างที่มีความรู้ทางเทคนิคด้านนี้และจะต้องรู้รหัสของเบอร์ที่จะดักฟังด้วย ถึงแม้นว่าทุกวันนี้ เทคโนโลยีทางโทรศัพท์ก้าวหน้าเพียงใด เทคโนโลยีดักฟังโทรศัพท์ก็สามารถจะก้าวหน้าตามไปด้วยเช่นกัน และปัจจุบันก็มีการคิดค้นเครื่องถอดรหัสโทรศัพท์ดาวเทียมได้ด้วย แต่การดักฟังโทรศัพท์นั้นถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างแรง เว้นแต่ทำในลักษณะเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ แต่ปัจจุบันได้ลุกลามไปถึงเรื่องการเมือง มักจะเกิดในช่วงเวลาสำคัญ เช่น ช่วงใกล้เลือกตั้ง เรื่องของธุรกิจ และเรื่องส่วนบุคคล โดยนักสืบเอกชนเป็นผู้สืบซะส่วนมาก ซึ่งกรณีหลังมักจะเป็นเรื่องชู้สาวเป็นส่วนใหญ่ ระบบดักฟังโทรศัพท์แบ่งได้ 2 แบบ แบบแรกระบบมีสาย เป็นวิธีโบราณ เป็นการติดตั้งเครื่องดักฟังที่สายโทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องการ ซึ่งเป็นสายโทรศัพท์นอกบ้าน […]

ไอดอลของเด็กๆที่อยากเป็นนักสืบ

นักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปีคนหนึ่ง ชื่อคุโด้ ชินอิจิ มีทักษะพิเศษในการไขคดีจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น จนได้รับขนานนามว่า เชอร์ล็อก โฮล์มส์แห่งยุคเฮเซ วันหนึ่งเขาได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อ โมริ รัน ที่สวนสนุกท็อปปิโคว์แลนด์และได้ไขคดีการฆาตกรรมบนรถไฟเหาะ ระหว่างทางกลับบ้าน ชินอิจิได้ไปเห็นชายสวมชุดดำ วอดก้ากำลังเจรจาแลกของต้องสงสัย แต่หารู้ไม่ว่ามีชายชุดดำอีกคนแอบอยู่ด้านหลังอยู่และใช้ไม้ฟาดหัวชินอิจิและเอายาพิษให้กิน ยาพิษนี้ทำให้ชินอิจิตัวหดเล็กลงเท่าเด็กประถม และเพื่อจะสืบหาความจริงว่าคนพวกนั้นเป็นใคร และหายาแก้พิษเพื่อที่จะกลับคืนร่างเดิมอีกครั้ง ชินอิจิจึงกลับไปที่บ้านและไปปรึกษากับดร.อากาสะ ฮิโรชิ นักวิทยาศาสตร์ที่อาศัยอยู่ใกล้บ้านของชินอิจิ หลังจากที่รันกลับจากสวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ ก็รีบมาหาชินอิจิที่บ้าน แต่ได้พบกับชินอิจิในร่างเด็กกับดร.อากาสะในห้องหนังสือ เมื่อรันถามชื่อชินอิจิ ชินอิจิจึงตอบไปว่า เอโดงาวะ โคนัน ดร.อากาสะจึงแนะนำให้ชินอิจิไปอาศัยอยู่ที่สำนักงานนักสืบโมริ สำนักงานของโมริ โคโกโร่ พ่อของรันนั่นเอง เพื่อว่าจะมีข่าวคราวใดเกี่ยวกับพวกชายชุดดำ ที่พ่อของรันที่มีอาชีพเป็นนักสืบ โดยที่ไม่บอกความจริงกับใครว่าตนคือคุโด้ ชินอิจิ เพื่อต้องการหาข่าวคราวของพวกชายชุดดำ โคนันจึงต้องให้โคโกโร่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งจะทำให้มีผู้จ้างวานไปสืบคดีมากขึ้น และจะทำให้มีโอกาสที่จะได้เบาะแสขององค์กรชุดดำมากขึ้นเช่นกัน โดยใช้อุปกรณ์หลักๆ 2 อย่างคือ นาฬิกายิงยาสลบ ยิงให้โคโกโร่สลบ และ หูกระต่ายเปลี่ยนเสียง เพื่อเปลี่ยนเสียงเป็นเสียงโคโกโร่แล้วคลี่คลายคดีแทน จึงทำให้เกิดฉายาว่า โคโกโร่นิทรา ขึ้นเพราะเวลาคลี่คลายคดีจะเหมือนกำลังนอนหลับอยู่นั่นเอง ชินอิจิเมื่ออยู่ในร่างของเด็กจึงต้องกลับไปเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 […]

เทคโนโลยยีก็สามารถช่วยสืบได้

ในโลกปัจจุบันนี้เทคโนโลยีกว้างไกลมากขึ้น แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถช่วยให้ทราบอีกฝ่ายอยุ่ที่ใดได้ถือเป็นการช่วยสืบไปในตัวได้ บริการ Location Based Services (LBS) ที่เกี่ยวกับการระบุพิกัดบนแผนที่อย่างแอพ “Four square” ที่อยู่บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในมือถือสมาร์ทโฟน โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เกี่ยวกับการติดตามคู่รักว่าอยู่ที่ไหน ในกรณีที่แฟนของคุณชอบ “เช็กอิน” ในเบื้องต้นสำหรับการทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน ทำอะไรที่ไหนไปไหนมาบ้าง เช่น แอพจำพวกจีพีเอสที่ใช้ระบุพิกัด แต่หากเป็นการเอาผิดในแง่กฎหมายจริงๆ ยังใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ต้องจ้างนักสืบไปเก็บหลักฐานเพิ่มเพื่อใช้ในกระบวนการของศาลอยู่ แอพพลิเคชั่นพวกนี้จะเป็นประโยชน์กับคนว่าจ้างเสียมากกว่า เพราะนักสืบจะเข้าไปยุ่มย่ามกับของส่วนตัวของเป้าหมายไม่ได้ จึงต้องให้คนว่าจ้างไปติดตั้งแอพแล้วนำรหัสมาบอกเพื่อใช้ติดตาม ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อการตามสืบอยู่บ้าง ในแง่การติดตามแบบห่างๆ หรือรู้ว่าวันนี้เขาไปไหนทำอะไรบ้าง หากคนรักเริ่มมีพฤติกรรมแปลกไปจากเดิม ไม่อาทิ เริ่มรำคาญอีกฝ่ายโดยไม่มีเหตุผล ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ วหรือทำอะไรที่ตรงกันข้ามกับที่เคยเป็น แสดงอาการออกผิดปกติ ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องระวังไว้ให้ดี เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนให้รู้ว่าคู่ของคุณกำลังนอกใจก็เป็นไปได้ ในบางครั้งเทคโนโลยีก็มีประโยชน์ในด้านบวกแต่ถ้าใช้ไม่เป้นก็อาจเกิดโทษได้เช่นกันครับ

7 ข้อควรรู้ก่อนจ้างนักสืบเอกชน

จ้างนักสืบอย่างไร ให้ถูกและดี การจ้างนักสืบเอกชน เพื่อสืบเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ผู้ว่าจ้างจะต้องทำการสำรวจความต้องการของตัวเองให้แน่ชัดเสียก่อน ต้องกำหนดก่อนว่าเราจะจ้างนักสืบไปเพื่ออะไร สืบไปทำไม สืบแล้วได้อะไร และไอ้สืบได้แล้วน่ะ ใช้ประโยชน์ได้ไหม  บางอย่างสืบไปแล้ว ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ หรือ บางที ที่เจอบ่อย ๆ เป็นแค่ ระแวงไปเอง ก็มี โดยเฉพาะการสืบชู้สาว  ภรรยาคิดมากไปเอง สืบไปแล้วไม่เจออะไรก็มีเยอะแยะไป  ถ้าเพียงแต่กำหนดเจตนารมณ์ชัดเจน ก็จะไม่สิ้นเปลืองอย่างแน่นอน เพราะอย่าลืมว่า การสืบทุกครั้ง ย่อมมีค่าใช้จ่ายนะครับ  คนธรรมดา ทำไม่ได้ ต้องมีเงินนะครับ แต่อย่างไรก็ดี  ผมได้เขียนเงื่อนไข สั้นๆ 10 ข้อ ไว้สำรวจตัวเองก่อนจ้างนักสืบเอกชน ครับ ลองดูแล้วกันนะครับ 7 ข้อควรรู้ก่อนจ้างนักสืบเอกชน 1. เราต้องการสืบอะไร  ข้อนี้เราต้องรู้ก่อน ไม่อย่างนั้น เราจะไม่สามารถบอกกับนักสืบได้เลยครับ การกำหนดให้แคบลงไป จะทำให้นักสืบทำงานง่ายขึ้น และ ประหยัดขึ้นอย่างแน่นอนครับ 2. สืบไปเพื่ออะไร  สำหรับข้อนี้ก็สำคัญครับ ถ้าตอบคำถามได้ ก็จะทำให้เรารู้ว่าเราต้องการอะไร สมควรที่จะทำหรือไม่ […]

จ้างนักสืบ จ้างที่สำนักงานนักสืบดีไหม

สำนักงานนักสืบ สำนักงานนักสืบ เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับงานสืบโดยเฉพาะ ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นงานสืบด้านชู้สาวเสียเป็นส่วนใหญ่ สำนักงานนักสืบ มักเกิดจากการที่นักสืบที่ทำงานมานาน บางคนเป็นทนาย ซึ่งต้องทำงานด้านนี้บ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ จึงเปิดให้บริการด้านนี้ขึ้นมา บางที่ก็ให้คำปรึกษาด้านทนายด้วย บ้างก็เคยเป็นตำรวจมาก่อน จนเกษียร เสียดายความรู้ ก็มาเปิดเป็นสำนักงานนักสืบ  โดยจะหัดเด็กใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อรับงานนักสืบเอกชน การจ้างนักสืบเอกชน จำเป็นต้องจ้างสำนักงานนักสืบหรือเปล่า การจ้างงานกับสำนักงานนักสืบจะมีข้อดีหลายอย่าง คือ มีหลักมีแหล่งแน่นอน ทำให้ผู้ว่าจ้างเกิดความมั่นใจว่าไม่โกง ไม่หนี หายไปอย่างแน่นอน ส่วนมากเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาเปิด ทำให้อาจจะมั่นใจว่ามีประสบการณ์ในการสืบ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมีหลักการทำงานที่ชัดเจน แต่ถ้าว่ากันตามประสบการณ์ จำเป็นไหมที่ต้องจ้างนักสืบจากสำนักงานนักสืบ ก็ไม่จำเป็นนะครับ เพราะสุดท้ายแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า สำนักงานนักสืบนั้นๆ มีความรับผิดชอบหรือเปล่า เพราะจริงๆ แล้ว บางที่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เด๋วจะอธิบายข้อเสียให้ฟังครับ ข้อเสียการจ้างสำนักงานนักสืบ ต่อไปนี้เป็นข้อเสียของการจ้างสำนักงานนักสืบเอกชนนะครับ 1. สำนักงานนักสืบเอกชน ส่วนใหญ่ตั้งโดยผู้ที่มีชื่อเสียง  แต่เวลาทำงานจริง คนเหล่านั้นมักไม่ค่อยได้ไปทำเอง มักจะให้เด็กไปทำให้ จึงทำให้งานหลุดมาก  บางทีก็ซ่อมงานให้  บางทีก็ไม่ซ่อมงานให้  ถ้าไปเจอมือใหม่ ที่เพิ่งเข้ามาทำ อาจทำให้งานเสียไปเลยก็ได้ […]

http://farm8.staticflickr.com/7002/6831464087_b87e478730.jpg