Archive for the ‘งานนักสืบ – ที่เรารับทำ และสินค้าเกี่ยวกับการสืบ การป้องกันตัวเอง’ Category

วิด็อค สายลับบันลือโลก อาชญากรกลับใจ กลายเป็นนักสืบคนแรกของโลก

จากอาชญากรกลับใจ กลายเป็นนักสืบคนแรกของโลก เรื่องราวของชายผู้วางรากฐานวิธีการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมยุคใหม่ อาชญากรคือบุคคลอันตราย  แต่จะมีใครเชื่อว่าอาชญากรจะผันตัวเองกลับมาเป็นคนธรรมดา สร้างวีรกรรมตอบแทนสังคมมากมาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวของนักสืบผู้เก่งกาจ ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นอาชญากรสร้างคดีสะเทือนขวัญมาแล้วมากมายอย่าง เออแซน ฟร็องซัวส์ วิด็อค ผู้ได้รับการขนานนามจากนักประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักสืบคนแรกของโลก และเป็นผู้ริเริ่มกลวิธีการสืบสวนอาชญากรรมสมัยใหม่ ชายผู้นี้ใช้ชีวิตอันโลดโผนในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส เห็นความพินาศของประเทศเมื่อครั้งนโปเลียนแพ้สงคราม  วอเตอร์ลู และได้รับรู้การล่มสลายของระบอบกษัตริย์ที่นำมาสู่การประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และพระนางมารี อังตัวเน็ตต์  เขาเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบคนแรกของโลก ก่อตั้งหน่วยสายสืบนอกเครื่องแบบในกรมตำรวจเป็นแห่งแรกในโลก เปิดสำนักงานนักสืบเอกชนแห่งแรกในโลกอีกเช่นกัน ทว่าชีวิตที่เริ่มจากศูนย์ ก่อวีรกรรมมาแล้วมากมาย เป็นทั้งทหารหนีทัพ ทั้งอาชญากรที่มีคุกเสมือนบ้าน จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการหนีคุกชั้นเทพเลยก็ว่าได้ เออแซน ฟร็องซัวส์ วิด็อค นับเป็นชาวฝรั่งเศสที่ไม่ธรรมดาชีวิตของเขาถูกหยิบมาเป็นหนังสือในรูปแบบสารคดีชีวประวัติโดย เจมส์ มอร์ตัน มีชื่อเรื่องว่า “The First Detective”  ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย โรจนา นาเจริญ ในชื่อ “วิด็อค สายลับบันลือโลก” ร้อยเรียงบอกเล่าตำนานชีวิตอันน่าอัศจรรย์ ที่จะทำให้ทุกคนมองเห็นชีวิตของเขาที่ผ่านมาแล้วสารพัดอาชีพอย่างเหลือเชื่อ เป็นทั้งนักดาบฝีมือฉกาจ นักรักมากชั้นเชิง นักจารกรรมชั้นยอด นักต้มตุ๋นชั้นเซียน อาชญากรกลับใจ นอกจากนี้ เขายังสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนักเขียนชื่อดังแห่งยุคมากมาย เรื่องราวของเขาถูกปรุงแต่งลงบนหน้ากระดาษสร้างตัวละครในนวนิยายมาแล้วหลายเรื่อง ทั้งยังส่งอิทธิพลต่อแวดวงวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยบุคลิกที่รวมกันเป็นหนึ่งในคนคนเดียวนี้ […]

บทบัญญัติในการเขียนนิยายสืบสวน

โดยปกติเวลาอ่านนิยายนักสืบโดยทั่วไปมักจะมีพ๊อทเรื่องหลากหลายรูปแบบ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ บัญญัติ 10 ข้อในการเขียนนิยายสืบสวน โดย Fr. Ronald Knox 1.อาชญกรต้องมีการเอ่ยถึงในช่วงต้นของเรื่องและไม่เป็นคนที่ผู้อ่านตามความคิดของตัวละครคนนั้น 2.เหตุการณ์เหนือธรรมชาติและสิ่งผิดปกติต้องนำออกจากเนื้อเรื่องโดยเด็ดขาด 3.ต้องไม่มีห้องหรือทางเดินลับมากกว่า 1 ที่ 4.ต้องไม่มีการใช้ยาพิษที่ไม่สามารภตรวจจับได้จนถึงขณะนี้หรือใช้เทคนิกที่ต้องมีการอธิบายยาวยืดยาวในตอนท้ายของเรื่อง 5.ต้องไม่มีคนที่มีเชื้อสายจีนในเรื่อง(ในช่วงนั้นนิยายสืบสวนจะมีตัวละครที่มีเชื้อสายจีนอยู่บ่อยโดยตัวละครคนนี้จะถูกเรียกว่า Chinaman หรือถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คืออย่าไปตามคนอื่นให้มากนัก) 6.ต้องไม่มีอุบัติเหตุที่จะช่วยนักสืบไขปริศนาหรือการคาดเดามั่วซั่วที่บังเอิญถูกต้องขึ้นมา 7.นักสืบต้องไม่เป็นคนร้ายเสียเอง 8.นักสืบต้องไม่อยู่ๆก็นึกถึงเบาะแสที่ไม่เคยมีการแสดงให้ผู้อ่านทราบเพื่อใช้ในการไขปริศนาของผู้อ่าน 9.เพื่อนที่ไม่ค่อยจะฉลาดของนักสืบหรือวัตสันจะต้องไม่ปกปิดความคิดของเขาที่ผ่านเข้ามาในหัวและความฉลาดของเขาต้องน้อย(น้อยกว่านิดเดียว)ของความฉลาดของผู้อ่านโดยเฉลื่ย 10.ฝาแฝดและตัวปลอมต้องไม่ปรากฏตัวในเรื่องยกเว้นได้มีการปูเรื่องมาก่อนแล้ว กฏ 20 ข้อในการเขียนนิยายสืบสวน โดย S.S. Van Dine 1.ผู้อ่านต้องมีความเป็นไปได้ที่จะไขคดีเช่นเดียวกับนักสืบในเรื่อง เบาะแสทุกอย่างต้องถูกแสดงและกล่วยอย่างละเอียด 2.ต้องไม่ใช้กลลวงหรือการตบตาผู้อ่านยกเว้นจะเป็นกลลวงที่ใช้โดยอาชญากรอย่างถูกต้องลงบนนักสืบในเรื่องโดยตรง 3.ต้องไม่มีคู่รักในเนื้อเรื่องในนิยายลี้ลับเราต้องการที่จะหาคนกระทำผิดมาลงโทษเพื่อเข้าคุกไม่ใช่มาหาคู่สมรสมาแต่งงานบนแท่นสาบานแทน 4.นักสืบหรือหนึ่งในผู้สืบสวนอย่างเป็นทางการไม่ควรจะกลายเป็นคนร้ายเอง มันอุบายที่โจงแจ้งมากราวๆกับบอกคนอื่นว่าเหรียญสตางค์เป็นเหรียญทอง มันจะดูเสแสร้งเกินไป 5.ยุทธวิธีในการหาตัวคนร้ายต้องมาจากการไขตรรกะ – ไม่ได้มาจากความบังเอิญ หรือการสารภาพแบบไร้เหตุจุงใจ การไขปริศนาวิธีนี้เหมือนกับการส่งผู้อ่านไปล่าห่านป่าแล้วหลังจากผู้อ่านล้มเหลวในการค้นหา แล้วมาบอกทีหลังว่าคุณมีของที่ผู้อ่านหาอยู่ในมือ ผู้เขียนเหล่านี้ไม่ได้ดีไปกว่าการพวกคนที่ชอบแกล่้งคนเล่นๆ 6.ในนิยายนักสืบต้องมีนักสืบอยู่ในเรื่องและนักสืบจะยังไม่เป็นนักสืบจนกว่าเขาจะเริ่มสืบสวน หน้าที่ของนักสืบคือการรวบรวมเบาะแสที่จำนำพาไปสู่บุคคลที่ก่อเรื่องในบทแรก และถ้านักสืบไม่ได้คำตอบจากการ วิเคราะห์เบาะแสแล้วละก็ เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่านักเรียนที่ได้คำตอบโจทย์จากด้านหลังสมุดเรียน 7.จำเป็นที่จะต้องมีศพในนิยายนักสืบ ยิ่งร้ายแรงเท่าไรยิ่งดี ไม่มีอาชญกรรมไหนที่จะเพียงพอให้นักอ่านอ่านหนังสือ 300 หน้าจบ นักอ่านต้องได้รับค่าตอบแทนจากปัญหาและการลงแรงอ่านหนังสือกลับไปบ้าง […]

การสืบชู้สาวนั้นนักสืบจะต้องสืบหาอะไรบ้างเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทน

การสืบชู้สาวนั้นนักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลอะไรบ้างเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากชู้ 1.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลด้านการเงิน ของสามี ภริยา หรือของชู้ เพราะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่จะมีการโอนเงินให้กันทั้งสองฝ่าย หรือมีการเขียนเช็คให้ หรือมีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อาจเป็นการเช่าที่พักอาศัยให้แก่กัน และอาจมีการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าและการใช้สอยต่างเกิดขึ้นได้ 2.นักสืบจะต้องเช็คหาข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของสามี ภริยา หรือของชู้ เพราะตามปกติแล้วคนที่มีชู้หรือเป็นชู้นั้น จะต้องมีการสื้อสารติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือส่งข้อความหาชู้อย่างตลอดเวลาอย่างแน่นอน 3.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โฉนดบ้าน ที่ดิน ทาวน์เฮาส์ คอนโด ชื่อของผู้เช่าว่าใครเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวอบ่างแท้จริงหรือสืบหาที่มาของเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์สินเหล่านั้น 4.นักสืบจะต้องเช็คหาข้อมูลเกี่ยวกับชู้ ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำอาชีพอะไร มีสามี หรือภรรยาอยู่แล้วหรือไม่อย่างไร 5.นักสืบจะต้องสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของสามี หรือภรรยาที่มีชู้หรือเป็นชู้ ด้วยการสะกดรอยตาม พร้อมถ่ายภาพ บันทึกเสียง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามีการพบเจอกันที่ไหนและวันและเวลาอะไร หลักฐานต่างๆที่ได้ดังกล่าวนั้น…จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าสามีหรือภรรยาของคุณ มีชู้หรือเป็นชู้กับใครหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากพอก็สามารถใช้ฟ้องหย่า เรียกค่าเสียหาย ค่าทดแทน จากสามี ภริยา ที่มีชู้หรือเป็นชู้กับผู้อื่นได้

การดักฟังมีลักษณะแบบใดบ้าง

เรื่องการดักฟังโทรศัพท์ หรือ “แทป (Tap)”  เรื่องลักษณะแบบนี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นโทรศัพท์ระบบอนาล็อก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์มือถือ โดยระบบอนาล็อกเป็นระบบที่ดักฟังได้ง่าย เพราะไม่ต้องเข้ารหัส เพียงแค่ดักฟังเสียงเฉย วิธีดักฟังแบบอนาล็อกทำได้โดยการจั๊มพ์สายดักฟังเข้าที่ตู้สาย ซึ่งมีเบอร์ของบ้านหรือสถานที่เป้าหมายอยู่ แล้วสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้เลย และอีกวิธีคือการดักฟังที่ชุมสาย ซึ่งการจะทำแบบหลังนี้ได้ผู้ที่ทำก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เมื่อระบบโทรศัพท์ได้พัฒนาเป็นระบบดิจิทัล ที่เรียกว่าระบบ ISDN ซึ่งระบบนี้จะเชื่อมเข้ากับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ “การดักฟังโทรศัพท์ ก็พัฒนาขึ้นตามระบบที่เปลี่ยนแปลงไป การดักฟังระบบดิจิทัลนั้นก็มี 2 แบบเช่นกันคือ แบบแรกใช้ “เครื่องถอดรหัส” ซึ่งสามารถที่จะ “รับสัญญาณในอากาศได้” ซึ่งรัศมีของเครื่องรับสัญญาณดังกล่าวจะมีรัศมีประมาณ 1 กิโลเมตร และวิธีการดักฟังแบบที่สองคือการดักฟังที่ชุมสายโดยใช้ขั้วต่อสัญญาณที่สามารถถอดรหัสระบบดิจิทัลได้ โดยวิธีการทั้งสองแบบนี้ผู้กระทำก็ต้องเป็นช่างที่มีความรู้ทางเทคนิคด้านนี้และจะต้องรู้รหัสของเบอร์ที่จะดักฟังด้วย ถึงแม้นว่าทุกวันนี้ เทคโนโลยีทางโทรศัพท์ก้าวหน้าเพียงใด เทคโนโลยีดักฟังโทรศัพท์ก็สามารถจะก้าวหน้าตามไปด้วยเช่นกัน และปัจจุบันก็มีการคิดค้นเครื่องถอดรหัสโทรศัพท์ดาวเทียมได้ด้วย แต่การดักฟังโทรศัพท์นั้นถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างแรง เว้นแต่ทำในลักษณะเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ แต่ปัจจุบันได้ลุกลามไปถึงเรื่องการเมือง มักจะเกิดในช่วงเวลาสำคัญ เช่น ช่วงใกล้เลือกตั้ง เรื่องของธุรกิจ และเรื่องส่วนบุคคล โดยนักสืบเอกชนเป็นผู้สืบซะส่วนมาก ซึ่งกรณีหลังมักจะเป็นเรื่องชู้สาวเป็นส่วนใหญ่ ระบบดักฟังโทรศัพท์แบ่งได้ 2 แบบ แบบแรกระบบมีสาย เป็นวิธีโบราณ เป็นการติดตั้งเครื่องดักฟังที่สายโทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องการ ซึ่งเป็นสายโทรศัพท์นอกบ้าน […]

อุปกรณ์กล้องของนักสืบลักษณะต่างๆ

อุปกรณ์กล้องของนักสืบมีหลายลักษณะต่างๆกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะงานสถานที่ที่จะต้องใช้งาน ลองมาดูกันคร่าวๆว่ามีแบบใดกันบ้าง กล้องปากกา -เลนส์คุณภาพสูงสามารถเก็บภาพมีแสงสว่างน้อยได้. -ซ่อนอยู่ในตัวปากกาภาพที่ได้จะ save ลงใน Memory ในตัวกล้องปากกา. เหมาะในการเก็บการพูดคุยระหว่างการสนทนาต่างๆเพื่อเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน ติดตั้งง่าย ใช้กล้องกระดุมกลัดแทนกระดุมจริง ที่เสื้อได้ทันที. -กล้องกระดุมถ่ายได้ทั้ง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับเก็บการพูดคุยระหว่างการสนทนา เพื่อเป็นหลักฐาน กล้องรถยนต์ พร้อม Laser ชี้เป้า กล้องรถยนต์พร้อม Laser ชี้เป้าบันทึกได้ทั้ง ภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหว เหมาะเก็บภาพระหว่างการเดินทางสำหรับงานนักสืบ เพื่อเป็นหลักฐาน ขนาดเหมือนกับรีโมทรถยนต์ทั่วไป สามารถใช้ได้โดยไม่มีใครสงสัย กล้องแว่นตา  SunGlass Camera. เป็นกล้องวีดีโอในตัวถ่ายภาพเคลื่อนไหว ซ่อนอยู่ในตัวแว่นตา บันทึก ภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหวได้ กล้องนาฬิกาข้อมือ-WatchCamera เป็นกล้องวีดีโอถ่ายภาพเคลื่อนไหว ที่ออกแบบให้ซ่อนอยู่ในตัวนาฬิกาข้อมือ บันทึกได้ทั้ง ภาพนิ่ง และ ภาพเคลื่อนไหว เหมาะในการเก็บการพูดคุยระหว่างการสนทนาต่างๆระหว่างบุคคล

เทคโนโลยยีก็สามารถช่วยสืบได้

ในโลกปัจจุบันนี้เทคโนโลยีกว้างไกลมากขึ้น แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถช่วยให้ทราบอีกฝ่ายอยุ่ที่ใดได้ถือเป็นการช่วยสืบไปในตัวได้ บริการ Location Based Services (LBS) ที่เกี่ยวกับการระบุพิกัดบนแผนที่อย่างแอพ “Four square” ที่อยู่บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในมือถือสมาร์ทโฟน โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เกี่ยวกับการติดตามคู่รักว่าอยู่ที่ไหน ในกรณีที่แฟนของคุณชอบ “เช็กอิน” ในเบื้องต้นสำหรับการทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน ทำอะไรที่ไหนไปไหนมาบ้าง เช่น แอพจำพวกจีพีเอสที่ใช้ระบุพิกัด แต่หากเป็นการเอาผิดในแง่กฎหมายจริงๆ ยังใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ต้องจ้างนักสืบไปเก็บหลักฐานเพิ่มเพื่อใช้ในกระบวนการของศาลอยู่ แอพพลิเคชั่นพวกนี้จะเป็นประโยชน์กับคนว่าจ้างเสียมากกว่า เพราะนักสืบจะเข้าไปยุ่มย่ามกับของส่วนตัวของเป้าหมายไม่ได้ จึงต้องให้คนว่าจ้างไปติดตั้งแอพแล้วนำรหัสมาบอกเพื่อใช้ติดตาม ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อการตามสืบอยู่บ้าง ในแง่การติดตามแบบห่างๆ หรือรู้ว่าวันนี้เขาไปไหนทำอะไรบ้าง หากคนรักเริ่มมีพฤติกรรมแปลกไปจากเดิม ไม่อาทิ เริ่มรำคาญอีกฝ่ายโดยไม่มีเหตุผล ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ วหรือทำอะไรที่ตรงกันข้ามกับที่เคยเป็น แสดงอาการออกผิดปกติ ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องระวังไว้ให้ดี เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนให้รู้ว่าคู่ของคุณกำลังนอกใจก็เป็นไปได้ ในบางครั้งเทคโนโลยีก็มีประโยชน์ในด้านบวกแต่ถ้าใช้ไม่เป้นก็อาจเกิดโทษได้เช่นกันครับ

ผลโพลชี้ผู้ชายอาชีพใดนอกใจภรรยามากที่สุด

เรื่องของการนอกใจคู่รักนั้นเป็นมักเป็นประเด็นให้พูดคุยมากที่สุดว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดขึ้นเพราะอะไรและฝ่ายไหนเป็นคนเริ่มจนเป็นต้นเหตุของการหย่าร้างในที่สุด ที่นี้มาดูผลสำรวจกันว่าผุ้ชายอาชีพใดนกใจภรรยามากที่สุด ผลสำรวจนี้มาจากเวปไซด์ ashleymadison.com เวปไซดหาคู่เดตสำหรับคนที่แต่งงานแล้ว ซึ่งกำลงนอกใจคู่สมรสของตนเอง โดยทางเวปได้เผยผลสำรวจให้ทราบว่า10.6%ของผู้ชายที่มีอสชีพด้านไอทีและวิสวกรรมเป็นอาชีพที่นอกใจคู่สมรสของตนเองมากที่สุด รองลงมาเป็นอาชีพด้านการเงิน8.2%และ6.5%เป็นอาชีพด้านการศึกษา โดยผลสำรวจยังระบุว่า สามีที่นอกใจภรรยามักอยุ่ในช่วงอายุ40-50ปีหรือช่วงเวลาของการแต่งงานมากกว่า10ปี ส่วนสาเหตุนั้นก้คงจะมีหลายปัจจัยไม่ว่าเรื่องการเงินหรือเรื่องของเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ดีนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นควรมีการพุดคุยเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนเรื่องๆนั้นจะแก้ไขยากจนนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด  

สืบพฤติกรรมอย่างไรให้รู้ลึก รู้จริง

สืบพฤติกรรม สืบพฤติกรรมหมายถึงการติดตามพฤติกรรมของเป้าหมาย ว่าเค้าทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ซึ่งการสืบพฤติกรรมนั้น มีหลายรูปแบบ อย่างในสมัยก่อน ก็จะมีแค่สืบพฤติกรรมแบบธรรมดา แต่เดี๋ยวนี้ ด้วยความที่เทคโนโลยีเราไปไกลมาก ก็อาจจะมีการสืบพฤติกรรมออนไลน์เพิ่มเข้าไปอีก การสืบพฤติกรรมนั้นทำไปเพื่อเหตุผลหลายๆ ประการ แต่โดยส่วนใหญ่ งานที่สืบพฤติกรรมที่นักสืบเอกชนได้รับ มักจะเป็นการสืบพฤติกรรมด้านชู้สาวซะมากกว่า  เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ไม่ว่าจะกับฝ่ายชาย หรือฝ่ายหญิงก็ตาม ส่วนการสืบพฤติกรรมแบบทั่วไป มักจะเน้นไปในด้านธุรกิจ เป็นหลัก สืบพฤติกรรมชู้สาว การสืบพฤติกรรมชู้สาว ถือเป็นอันดับต้นๆ ของงานนักสืบ ที่นักสืบเอกชนสำนักต่างๆ ซึ่งลูกค้าเรา เกือบ 90% มักจะเป็นผู้หญิง 

นักสืบชู้สาวจำเป็นจริงหรือ

นักสืบชู้สาว เหตุที่ต้องมีนักสืบชู้สาว นักสืบชู้สาวในปัจจุบันนี้ ถือเป็นอีกอาชีพที่มีความสำคัญและเข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก ด้วยศีลธรรมที่ตกต่ำ ด้วยสภาพแวดล้อม ปัจจัย ต่างๆ และจะด้วยค่านิยม ซึ่งดูได้จากละครไทย ก็พอจะรู้แล้ว เพราะมีแต่เรื่องเมียหลวงเมียน้อยเสียเป็นส่วนใหญ่  และต่างก็ตบตี แก่งแย่งกัน ไม่ว่าจะเป็น แย่งภรรยา หรือ แย่งสามี แย่งต่างเพศ หรือผมอาจคิดไปไกลถึงว่าต่อไปอาจมีการแย่งเพศเดียวกัน ก็น่าจะมีให้เห็นในอีกไม่ช้าไม่ไกล  ความสำนึกในผัวเดียวเมียเดียวก็น่าจะน้อยเต็มทีแล้ว ผู้ชายที่มีบ้านใหญ่แล้วก็อยากจะมีบ้านเล็ก  หรือแม้แต่ผู้หญิงเอง ถ้าสามีไม่มีเวลาให้มากๆ ก็อาจเผลอไผลไปกับใครอื่นได้ง่าย ๆ เนี่ยแหละ ทำให้เราจำเป็นจะต้องมีอาชีพใหม่เกิดขึ้นมาก คือ นักสืบชู้สาวนั่นเอง นักสืบชู้สาวทำอะไรบ้าง นักสืบชู้สาว มีหน้าที่ในการตามติด เพื่อสืบพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สามี หรือ ภรรยา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการนอกใจกัน การคบชู้กัน หรือการสืบในเรื่องของพฤติกรรม สืบประวัติของคู่ว่าเคยมีประวัฒิการแต่งงานมาก่อนหรือเปล่า เคยทำอะไรมาบ้าง ซึ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เราอาจตัดสินใจผิดได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คุณผู้หญิงเป็นคนรวยมาก ก็อาจจะมีผู้ชายเข้ามาตีสนิท แสร้งทำตัวดีสารพัด แต่จริงๆแล้ว มีภรรยาอยู่แล้ว และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น […]

การซื้อขายจากอินเตอร์เนตที่ต้องพึ่งระวัง

ทุกวันนี้มีการซื้อขายในโลกอินเตอร์เนตมากมาย และมักจะมีมิจฉาชีพแฝงตัวมาหลอกให้มากมายและเป็นคดีความทุกวัน เรามาดูลักษณะที่ต้องพึ่งระวังว่าจะเป็นลักษณะใดบ้างที่เข้าข่ายน่าสงสัย พฤติกรรมฉ้อโกงสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ที่น่าสงสัยและเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้ 1. ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด – ประกาศขายสินค้าราคาถูกเกินจริง ไม่แจ้งที่อยู่หรือชื่อร้านค้าให้ชัดเจน ตัวอย่างสินค้าเช่น โทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊ค 2. หลอกล่อให้โอนเงินก่อนได้รับสินค้า – พูดโน้มน้าวให้ผู้ซื้อตายใจ และให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานเพื่อสร้างความ น่าเชื่อถือ 3. เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด – ภายหลังการโอนเงินให้แล้วท่านจะไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพเหล่านี้ได้เลยเพราะ มีการเปลี่ยนชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ในการลงประกาศ 4. เปลี่ยนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ไม่ซ้ำกัน ทำให้ยากต่อการติดตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ 1. บันทึกหลักฐานรายละเอียดของประกาศ หรือกระทู้นั้น ไว้เป็นหลักฐาน เช่น  ชื่อ-สกุล/ อีเมล์/ เบอร์โทรศัพท์  โดยเซฟหน้าเว็บไซต์นั้นไว้และปริ๊นออกมาเป็นเอกสาร ก่อนที่มิจฉาชีพจะเข้าไปลบประกาศ 2. บันทึกและเก็บหลักฐานในการโอนเงิน เช่น ชื่อบัญชี/ ชื่อธนาคาร / เลขที่บัญชี / สาขา / 3. แจ้งความกับตำรวจว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี 4. ขอหมายเลข […]

http://farm8.staticflickr.com/7002/6831464087_b87e478730.jpg