บทบัญญัติในการเขียนนิยายสืบสวน

โดยปกติเวลาอ่านนิยายนักสืบโดยทั่วไปมักจะมีพ๊อทเรื่องหลากหลายรูปแบบ ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

บัญญัติ 10 ข้อในการเขียนนิยายสืบสวน
โดย Fr. Ronald Knox

1.อาชญกรต้องมีการเอ่ยถึงในช่วงต้นของเรื่องและไม่เป็นคนที่ผู้อ่านตามความคิดของตัวละครคนนั้น
2.เหตุการณ์เหนือธรรมชาติและสิ่งผิดปกติต้องนำออกจากเนื้อเรื่องโดยเด็ดขาด
3.ต้องไม่มีห้องหรือทางเดินลับมากกว่า 1 ที่
4.ต้องไม่มีการใช้ยาพิษที่ไม่สามารภตรวจจับได้จนถึงขณะนี้หรือใช้เทคนิกที่ต้องมีการอธิบายยาวยืดยาวในตอนท้ายของเรื่อง
5.ต้องไม่มีคนที่มีเชื้อสายจีนในเรื่อง(ในช่วงนั้นนิยายสืบสวนจะมีตัวละครที่มีเชื้อสายจีนอยู่บ่อยโดยตัวละครคนนี้จะถูกเรียกว่า Chinaman หรือถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คืออย่าไปตามคนอื่นให้มากนัก)
6.ต้องไม่มีอุบัติเหตุที่จะช่วยนักสืบไขปริศนาหรือการคาดเดามั่วซั่วที่บังเอิญถูกต้องขึ้นมา
7.นักสืบต้องไม่เป็นคนร้ายเสียเอง
8.นักสืบต้องไม่อยู่ๆก็นึกถึงเบาะแสที่ไม่เคยมีการแสดงให้ผู้อ่านทราบเพื่อใช้ในการไขปริศนาของผู้อ่าน
9.เพื่อนที่ไม่ค่อยจะฉลาดของนักสืบหรือวัตสันจะต้องไม่ปกปิดความคิดของเขาที่ผ่านเข้ามาในหัวและความฉลาดของเขาต้องน้อย(น้อยกว่านิดเดียว)ของความฉลาดของผู้อ่านโดยเฉลื่ย
10.ฝาแฝดและตัวปลอมต้องไม่ปรากฏตัวในเรื่องยกเว้นได้มีการปูเรื่องมาก่อนแล้ว

กฏ 20 ข้อในการเขียนนิยายสืบสวน
โดย S.S. Van Dine

1.ผู้อ่านต้องมีความเป็นไปได้ที่จะไขคดีเช่นเดียวกับนักสืบในเรื่อง เบาะแสทุกอย่างต้องถูกแสดงและกล่วยอย่างละเอียด

2.ต้องไม่ใช้กลลวงหรือการตบตาผู้อ่านยกเว้นจะเป็นกลลวงที่ใช้โดยอาชญากรอย่างถูกต้องลงบนนักสืบในเรื่องโดยตรง

3.ต้องไม่มีคู่รักในเนื้อเรื่องในนิยายลี้ลับเราต้องการที่จะหาคนกระทำผิดมาลงโทษเพื่อเข้าคุกไม่ใช่มาหาคู่สมรสมาแต่งงานบนแท่นสาบานแทน

4.นักสืบหรือหนึ่งในผู้สืบสวนอย่างเป็นทางการไม่ควรจะกลายเป็นคนร้ายเอง มันอุบายที่โจงแจ้งมากราวๆกับบอกคนอื่นว่าเหรียญสตางค์เป็นเหรียญทอง มันจะดูเสแสร้งเกินไป

5.ยุทธวิธีในการหาตัวคนร้ายต้องมาจากการไขตรรกะ – ไม่ได้มาจากความบังเอิญ หรือการสารภาพแบบไร้เหตุจุงใจ การไขปริศนาวิธีนี้เหมือนกับการส่งผู้อ่านไปล่าห่านป่าแล้วหลังจากผู้อ่านล้มเหลวในการค้นหา
แล้วมาบอกทีหลังว่าคุณมีของที่ผู้อ่านหาอยู่ในมือ ผู้เขียนเหล่านี้ไม่ได้ดีไปกว่าการพวกคนที่ชอบแกล่้งคนเล่นๆ

6.ในนิยายนักสืบต้องมีนักสืบอยู่ในเรื่องและนักสืบจะยังไม่เป็นนักสืบจนกว่าเขาจะเริ่มสืบสวน หน้าที่ของนักสืบคือการรวบรวมเบาะแสที่จำนำพาไปสู่บุคคลที่ก่อเรื่องในบทแรก และถ้านักสืบไม่ได้คำตอบจากการ
วิเคราะห์เบาะแสแล้วละก็ เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่านักเรียนที่ได้คำตอบโจทย์จากด้านหลังสมุดเรียน

7.จำเป็นที่จะต้องมีศพในนิยายนักสืบ ยิ่งร้ายแรงเท่าไรยิ่งดี ไม่มีอาชญกรรมไหนที่จะเพียงพอให้นักอ่านอ่านหนังสือ 300 หน้าจบ นักอ่านต้องได้รับค่าตอบแทนจากปัญหาและการลงแรงอ่านหนังสือกลับไปบ้าง

8.การไขปัญหาอาชญกรรมต้องเป็นไปตามหลักความจริงอย่างที่สุด การใช้กลยุทธเช่นกระดานผี การอ่านใจ ภูผีปีศาจ หรือลูกแก้ววิเศษนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม ผู้อ่านมีความเท่าเทียมกันในการประลองปัญญากับนักสืบที่มีครรกะเหตุผล
แต่ถ้าผู้อ่านต้องไปกับเปรียบเทียบกับโลกของวิญญาณหรือไปไล่ตามกฏของมิติที่สี่ ผู้อ่านยังไงก็แพ้

9.ในเรื่องต้องมีนักสืบคนเดียวเท่านั้น- นั่นคือมีผู้จะอนุมานหลักเหตุผลออกมาได้คนเดียว -เป็นผู้ไขปริศนาได้คนเดียว การนำความคิดคนสามสี่คนมาหรือกลุ่มนักสืบมาไขปริศนานั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้นหลายด้านเช่นไม่เพียงจุดสนใจจะถูกแยกออกไป
และทำให้แนวการคิดหลักเหตุผลแยกเป็นหลายเส้นทางแล้วยังถือเป็นความอยุติธรรมต่อผู้อ่านด้วย
เนื่องจากหากมีนักสืบมากกว่าหนึ่งคนผู้อ่านจะไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้ที่ผู้อ่านจะยึดเป็นบุคคลหลักในการไขปริศนา เปรียบเสมือนให้ผู้อ่านไปวิ่งแข่งกับทีมวิ่งพลัด

10.คนร้ายต้องเป็นคนที่มีบทบาทในเนื้อเรื่องและเด่นสะดุดตาพอสมควร — นั่นคือเป็นบุคคลที่ผู้อ่านคุ้นเคยและผู้อ่านสนใจ

11.ผู้เขียนต้องไม่เลือกคนรับใช้เป็นคนร้ายของเรื่อง — สาเหตุนั่นก็คือ –มันดูออกง่ายเกินไป คนร้ายต้องเป็นคนที่ดูพอน่าเชื่อถือได้ — และในสถานะปกติไมน่าที่จะตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย

12.ต้องมีคนร้ายเพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ว่าจะมีอาชญกรรมเกิดขึ้นกี่ครั้ง แต่แน่นอนคนร้ายอาจจมีคนช่วยเหลือหรือผู้สมรู้ร่วมคิดได้ แต่ภาระบาปที่เกิดขึ้นทั้งหมดต้องตกอยู่บนบ่าของคนร้ายเท่านั้น และความโกรธไม่พึงพอใจของผู้อ่านทั้งหมดต้องอยู่ที่ตัวคนร้ายคนเดียวเท่านั้น

13.องค์กรลี้ลับ มาเฟีย ไม่มีที่ให้อยู่สำหรับนิยายนักสืบ การฆาตกรรมที่สวยหรูและตื่นตาจะถูกส่งให้กู่ไม่กลับจากการมีคนกระทำผิดหลายคน อาชญากรในนิยายนักสืบควรจะให้โอกาศเท่าเทียมกันในเรื่องด้วยโดยการให้คนร้ายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรลับเพื่อให้คนร้ายมีที่กลับไปพักผิงนั้น ไม่มีอาชญกรชั้นสูงที่มีความทะนงในตนเองต้องการหรอก

14.การก่ออาชญกรรมและการสืบสวนต้องอยู่ภายใต้หลักวิทยาศาสตร์ ถ้าจะให้กล่าวคือหลักวิทยาศาสตร์ปลอมๆ หรือการจิตนาการอย่างเดียว หรืออุปกรณ์ที่พึ่งโชค นั้นจะไม่ได้รับการยอมรับให้อยู่ภายในนิยายนักสืบ หากผู้แต่งหลุดไปโลกจิตนาการแล้ว
เขาก็หลุดกรอบของนิยายนักสืบไปแล้วเช่นกัน ให้เขาไปผจญภัยในจิตนาการของเขาเองต่อไปแล้วกัน

15.การไขปริศนาของเรื่องต้องสามารถเห็นได้จากทั้งเรื่อง — แต่ต้องในกรณีที่ผู้อ่านฉลาดหลักแหลมพอที่จะไขปริศนาได้ ขยายความเช่นถ้าผู้อ่านหลังจากรับทราบคำอธิบายของอาชญกรรมแล้วกลับไปอ่านหนังสือตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ผู้อ่านต้องเห็นวิธีการไขปริศนา ว่าเบาะแสทุกชิ้นที่ใช้ไขปริศนาวางอยู่ตรงหน้าของเขาตลอดและเบาะแสทุกชิ้นต้องชี้ไปยังคนร้ายจริงๆ
-และถ้าผู้อ่านฉลาดถึงขั้นนักสืบแล้วเขาก็จะสามารถไขปริศนาได้ด้วยตัวของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงบทสุดท้าย และตามความเป็นจริงผู้อ่านที่ฉลาดย่อมต้องไขปริศนาได้ก่อนอยู่แล้ว

16.นิยายนักสืบไม่ควรมีการพรรณายาวๆ ไม่มีการเสียเวลากับเนื้อเรื่องย่อย ไม่มีการบรรยายตัวละครในเนื้อเรื่องที่เข้าใจยาก การหมกหมุ่นกับกล่าวถึงสภาพบรรยากาศ หัวข้อเหล่านี้ไม่มีมีส่วนสำคัญในการไขปริศนาหรือขบคิดตรรกะ สิ่งเหล่านี้จะขัดข้างการดำเนินเรื่องและจะเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งก็คือการค้นหาปัญหา การวิเคราะห์ และการนำพาไปสู่ความคิดรวบยอดที่ถูกต้อง
เพื่อให้แน่ใจนิยายต้องมีการบรรยายตัวละครและการพรรณาถึงสิ่งต่างที่เพียงพอพอดีเพื่อจะให้นิยายไปในทางเดียวกัน

17.อาชญากรมีออาชีพต้องไม่เป็นผู้ก่ออาชญกรรมหลักในเรื่องนิยายนักสืบ อาชญกรรมที่ก่อโดยโจรหรือขโมยนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ–ไม่ใช่ของผู้แต่งเรื่องหรือนักสืบมือใหม่ที่มีไหวพริบ
อาชญกรรมที่ดูตื่นตานั้นเป็นอาชญกรรมที่ก่อโดยคนที่เป็นเสาหลักของโบสภ์หรือสาวแก่ที่ทำเพื่อการกุศล

18.อาชญกรรมในเรื่องท้ายสุดท้ายแล้วต้องไม่เป็นอุบัติเหตุหรือการฆ่าตัวตาย การจบมหากาพย์การสืบสวนด้วยบทที่ไร้จุดสุดยอดของเรื่องนั้นนั้นก็เหมือนกับการตบตาผู้อ่านที่เชื่อมั่นและมีจิตใจอ่อนโยนนั้นเอง

19.เหตุผลในการก่ออาชญกรรควรจะเป็นเรื่องส่วนตัว การสมรู้ร่วมคิดระหว่างนานาชาติหรือการเมืองด้านสงครามนั้นจัดอยู่ในนิยายหัวข้ออื่น–เช่นนิยายสายลับเป็นต้น แต่เนื้อเรื่องนิยายนักสืบต้องเอาให้ใกล้ตัวที่สุดโดยเรื่องราวต้องตีแผ่มาจากประสบการณ์วันธรรมดาของผู้อ่านและให้ช่องทางระบายความต้องการและอารมณ์ของผู้อ่านออกมา

20.และในหัวข้อสุดท้ายขอไล่หัวข้อที่นักเขียนนิยายที่มีไม่มีความเคารพในตนเองจะนำไปใช้ในนิยาย เนื่องจากหัวข้อเหล่านี้มีการใช้บ่อยและผู้อ่านที่ชื่นชอบนิยายสืบสวนรู้แกวหมดแล้ว
การใช้หัวข้อเหล่านี้จะถือว่าผู้เขียนไม่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่สามารถปรับเรื่องได้ (a) การหาตัวคนร้ายโดยใช้ก้นบุหรี่ที่ทิ้งไว้ที่เกิดเหตุเปรียบเทียบกับยี่ห้อที่คนร้ายสูบ (b) การใช้เจ้าเข้าปลอมๆเพื่อหลอกและบีบให้คนร้ายแสดงตัว
(c)การปลอมลายนิ้วมือ (d)การใช้หุ่นปลอมสร้างที่อยู่ (e)การที่สุนัขไม่เห่าเป็นหลักฐานว่าคนที่บุกรุกเข้ามาเป็นคนคุ้นเคย (f)การโบยความผิดให้กับฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนผู้ต้องสงสัยแต่ว่าความจริงแล้วเป็นคนบริสุทธิ์
(g)การใช้หลอดฉีดยายาสลบ (h)การใช้คำว่าฆาตกรรมในห้องปิดตายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพังประตูเข้าไปแล้ว (i)การใช้คำพูดเพื่อให้แสดงความรู้สึกผิดออกมา (j)การใช้รหัสหรือจดหมายรหัสลับที่ท้ายสุดแล้วจะถูกแก้ออกภายหลังโดยนักสืบ

แถมพอดีนึกว่าเป็นบัญญัติ 10 ข้อพอดีแปลมาแล้วลงแถมเลยละกัน

กฏ 10 ข้อในการเขียนนิยายลี้ลับ
1.ในนิยายลี้ลับ บทคือทุกสิ่งทุกอย่าง
เนื่องจากในนิยายลี้ลับผู้อ่านกำลังเปรียบเสมือนเล่มเกมส์อยู่ บทจึงต้องมาก่อนเหนือทุกอย่างเสมอ
และควรที่จะทำให้แน่ใจด้วยว่าบทมีความเชื่อถือได้ ทำให้ตัวเนื้อเรื่องมีการเคลื่อนไหวตลอด
และอย่าทำให้เนื้อเรื่องช้าลงด้วยเบื้องหลังหรือปล่อยให้บทออกทะเลไป

2.แนะนำตัวละครที่เป็นนักสืบและคนร้ายตั่งแต่ช่วงต้นเรื่อง
เนื่องจากนักสืบเป็นตัวละครหลักของเรื่องจึงควรจะแนะนำตัวเอกในต้นเรื่องของนิยายอยู่แล้ว
ส่วนในด้านของคนร้ายคนอ่านจะรู้สึกถูกโกงถ้าคนร้ายหรือตัวร้ายในเรื่องเข้ามาในนิยายช้าเกินกว่าที่จะเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในเรื่องได้

3.ให้อาชญากรรมในเรื่องเกิดขึ้นภายในสามบทแรกของนิยาย
อาชญากรรมในเรื่องจะเป็นคำถามและเป็นตัวที่จะดึงดูดให้ผู้อ่านตามติดเนื้อเรื่องไว้ผู้เขียนจึงควรจะทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วที่สุด

4.อาชญากรรมควรจะรุนแรงพอสมควร–ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นฆาตกรรม
สำหรับผู้อ่านหลายคนการฆาตกรรมดูจะเป็นหัวข้อเดียวที่มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ผู้อ่านอ่านหนังสือ 300 หน้าโดยทดสอบไหวพริบในการไขปัญหาไปด้วย
แต่อย่างไรก็ตามยังมีความรุนแรงบางหัวข้อที่เป็นข้อต้องห้ามอย่างเช่นการข่มขืน การลวนลามเด็ก และการทำร้ายสัตว์

5.อาชญากรรมต้องดูเป็นไปได้
ในส่วนที่การลงถึงเรื่องละเอียดเรื่องคดี ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร การค้นพบอาชญกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นหน้าที่ของตัวเอกในเรื่องที่จะค้นหา
ก่อนอื่นควรจะทำให้แน่ใจว่าอาชญากรรมเรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนถูกโกงอีกเช่นกันถ้า
อาชญากรรมที่เกิดขึ้นดูไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้

6.นักสืบควรที่จะให้ตรรกะความคิดและหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ในการไขคดี
ให้ถือว่าข้อนี้เป็นคำสัตย์สาบานที่เขียนโดย G.K.Chesterton แห่งชมรมนักสืบแห่งอังกฤษว่า
*จงให้คำสัญญาว่านักสืบของท่านจะไขคดีที่เกินขึ้นมาโดยใช้ตรรกะความคิดเท่าที่ผู้เขียนจะนึกขึ้นได้และมอบให้กับนักสืบจงอย่าให้นักสืบของท่านพึ่งพาคำชี้นำจากเบื้องบน
สัญชาติญาณของผู้หญิง ความบังเอิญ หรือ พระเจ้าเข้ามาช่วย*

7.คนร้ายต้องมีความสามารถในการก่ออาชญกรรมขึ้นได้
ผู้อ่านต้องสามารถเชื่อได้ว่าคนร้ายของท่านมีจุดมุ่งหมายและสามารถก่ออาชญากรรมได้จริงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

8.ในนิยายอาชญกรรมอย่าหลอกผู้อ่านของตน
เช่นเดียวกันหัวข้อนี้จะดึงเอาความสนุกออกไปหมด อย่าใช้การปลอมตัวที่ดูเกินจริง การใช้ฝาแฝด การไขคดีแบบบังเอิญ หรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือนักสืบไม่ควรจะเป็นคนร้ายเสียเอง และควรแสดงเบาะแสให้กับผู้อ่านพร้อมกับที่ตัวนักสืบค้นพบพร้อมๆกัน

9.จงทำการศึกษาในเรื่องที่จะเขียน
*ผู้อ่านต้องรู้สึกว่าคุณรู้ดีในเรื่องที่คุณเขียนอยู่*กล่าวโดยผู้แต่งหนังสือ Margaret Murphy
Margaret Murphy มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตำรวจในท้องที่ และใช้เวลาว่างกับหน่วยสืบสวนสถานที่อาชญากรรมเพื่อค้นหาข้อมูล
จงทำให้รายละเอียดทั้งหลายที่สำคัญถูกต้อง ผู้อ่านนิยายลี้ลับก็อ่านหนังสือมามากเช่นเดียวกับคุณจงคิดซะว่าพวกเขานั้นก็ฉลาดพอตัวเช่นกัน

10.จงพยายามที่จะยื้อเรื่องให้นานที่สุดก่อนที่จะเปิดเผยตัวคนร้าย
ผู้อ่านอ่านที่จะรู้ตัวคนร้ายหรือค้นหาว่าใครเป็นผู้ร้าย ถ้าคุณเปิดเผยคนร้ายในตอนแรก
ผู้อ่านก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ่านหนังสือคุณต่อแล้ว

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

http://farm8.staticflickr.com/7002/6831464087_b87e478730.jpg